โคมระย้า หรือโคมไฟแขวน
โคมไฟระย้า โคมไฟแขวน หรือที่หลายๆ คนเรียกติดปากว่า แชนเดอเลียร์ เป็นโคมไฟขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก และมีตัวระย้ายาว ทำให้เหมาะกับติดตั้งในห้องโถงหรือห้องที่มีเพดานสูง โดยจะต้องติดตั้งให้สูงกว่าโต๊ะหรือสิ่งของที่วางอยู่ด้านล่างอย่างน้อย 30 นิ้ว หากติดตั้งในห้องที่มีเพดานเตี้ย อาจทำให้เกิดอันตรายในการใช้งาน รวมถึงทำให้ห้องดูอึดอัดและคับแคบได้ นอกจากนี้ยังจำเป็นจะต้องติดตั้งด้วยการแขวนหรือใช้ตัวยึดกับเพดานที่แข็งแรง เนื่องจากมีน้ำหนักค่อนข้างมาก ซึ่งในปัจจุบันมีการออกแบบโคมไฟระย้า หรือแชนเดอเลียร์ที่มีขนาดเล็ก และมีระย้าไม่ยาวมาก ทำให้คุณสามารถเลือกซื้อไปติดตั้งในห้องทานข้าว ห้องทำงาน และห้องที่มีเพดานไม่สูงมากได้

โคมไฟเพดาน
มาต่อกันที่โคมไฟเพดาน ซึ่งเป็นโคมไฟส่องสว่างที่ได้รับความนิยมในการติดตั้ง เนื่องจากมีรูปแบบและดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย นอกจากนี้ โคมไฟเพดานยังแบ่งย่อยประเภทออกไปให้เลือกใช้งานถึง 6 ชนิด ดังนี้
- โคมไฟเพดานแบบฝังฝ้า หรือโคมไฟดาวน์ไลท์ เป็นโคมไฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสามารถติดตั้งและใช้งานได้ง่าย พร้อมให้ความสว่างอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังเหมาะกับบ้านทุกสไตล์
- โคมไฟเพดานแบบติดลอย หรือโคมแทรคไลท์ติดลอย เป็นโคมไฟที่มีน้ำหนักเบา สามารถติดเข้ากับฝ้าและเพดานได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องเจาะฝ้า แต่จะให้ความสว่างได้เฉพาะจุดเท่านั้น
- โคมไฟเพดานแบบซาลาเปา เป็นโคมไฟที่ได้รับความนิยมในการติดตั้งและใช้งานในบ้าน ด้วยดีไซน์การออกแบบที่สวยงาม และมีให้เลือกหลากหลาย
- โคมไฟตะแกรง เป็นโคมไฟที่เหมาะกับการติดตั้งในพื้นที่ที่ต้องการแสงสว่างมาก เช่น อาคารสำนักงาน ห้องประชุม เป็นต้น โดยจะมีให้เลือกทั้งแบบติดลอยและแบบฝังฝ้า
- โคมไฟนีออน หรือรางหลอดไฟนีออน LED เป็นโคมไฟเพดาน LED ที่มีความยาวประมาณหนึ่งเซนติเมตร ถึงหนึ่งเมตร และมีวัสดุกลึงแสงหลายชนิดอยู่ในหลอด สามารถติดตั้งในพื้นที่แคบหรือพื้นที่ที่มีรูปแบบซับซ้อนได้อย่างง่ายดาย

โคมไฟตั้งพื้น
โคมไฟตั้งพื้น เป็นโคมไฟภายในบ้านที่ให้ความสว่าง และช่วยในการตกแต่งพื้นที่นั้นๆ ให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถบ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านได้อีกด้วย ดังนั้นจึงควรเลือกดีไซน์ของหลอดไฟและโคมไฟให้เข้ากับบรรยากาศ รวมถึงการตกแต่งของห้องนั้นๆ ด้วยเช่นกัน

พัดลมโคมไฟ
พัดลมโคมไฟ เป็นของตกแต่งบ้านที่สามารถใช้งานพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า เพราะในตัวของพัดลมโคมไฟ จะมีทั้งหลอดไฟที่ให้แสงสว่าง และพัดลมที่ให้ความเย็นอยู่คู่กัน ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดพื้นที่ภายในบ้านได้แล้ว ยังเป็นของแต่งบ้านที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นและความหรูหราให้กับบ้านได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถประหยัดไฟได้มากขึ้น เพราะสามารถกระจายลมจากเครื่องปรับอากาศได้อย่างทั่วถึง โดยบางรุ่นยังสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดใช้งานโคมไฟหรือพัดลมเพียงอย่างเดียว หรือเลือกเปิดทั้ง 2 อย่างพร้อมกันได้ด้วย
สำหรับสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการติดตั้งพัดลมโคมไฟก็คือ การเลือกขนาดของพัดลมโคมไฟให้สัมพันธ์กับขนาดห้อง ระดับความสูง และพื้นที่ที่ติดตั้ง เพราะหากเลือกพัดลมโคมไฟที่มีขนาดไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดอันตรายในการใช้งาน หรือทำให้ห้องดูแคบและอึดอัดได้อีกด้วย

การแนะนำขั้นตอนในการเลือกโคมไฟสวยๆ มาใช้งานในบ้าน เพราะเราเชื่อว่าคนจะมีคนไม่น้อยเลยที่ตัดสินใจเลือกซื้อโคมไฟจากความสวยงามและความชื่นชอบ แต่เมื่อซื้อมาดันเกิดปัญหาในการติดตั้ง หรือไม่เข้ากับสไตล์การแต่งบ้าน ซึ่งข้อมูลที่รวบรวมมานี้ จะช่วยให้มองเห็นจุดที่เคยมองข้าม และใส่ใจรายละเอียดต่างๆ ในการเลือกโคมไฟมาใช้งานมากขึ้น
1. วัดขนาดพื้นที่ที่ต้องการติดตั้งโคมไฟ
ขนาดพื้นที่ที่ต้องการติดตั้งโคมไฟ เป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึง เพื่อช่วยในการกำหนดจำนวนของหลอดไฟที่ต้องใช้ และขนาดของหลอดไฟ เช่น หากเป็นห้องที่มีขนาดค่อนข้างกว้าง ก็สามารถเลือกใช้โคมไฟแบบระย้า หรือโคมไฟแขวน เพื่อเพิ่มลูกเล่น และทำให้ห้องดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเป็นห้องที่มีพื้นที่จำกัด ก็อาจจะเลือกโคมไฟเพดานแบบฝังฝ้า หรือโคมไฟดาวน์ไลท์มาใช้งานแทน

2. ความสูงของเพดานก็สำคัญ
อีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงนอกจากการวัดขนาดพื้นที่ที่ต้องการติดตั้งโคมไฟก็คือ การวัดความสูงของเพดาน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจากความสูงของเพดานในตำแหน่งที่ต้องการติดตั้ง จะส่งผลต่อการเลือกขนาดของโคมไฟที่นำมาติดตั้ง เพราะคงไม่มีใครอยากติดตั้งโคมไฟแชนเดอร์เลียที่มีความยาว และน้ำหนักค่อนข้างมากในห้องที่มีเพดานต่ำ จนทำให้ห้องดูอึดอัด ไม่สมส่วน หรือเลือกติดตั้งโคมไฟเพดานขนาดเล็กไว้ในห้องโถงที่สูงและกว้างขวาง จนทำให้บริเวณนั้นขาดความโอ่อ่า หรือลดทอนความหรูหราลงไปได้
3. เลือกรูปแบบของโคมไฟสวยๆ ที่ถูกใจและเหมาะกับสไตล์ห้อง
เมื่อวัดขนาดพื้นที่ที่ติดตั้ง ทั้งความกว้างและความสูงเรียบร้อยแล้ว อันดับต่อไปก็ได้เวลาของการเลือกรูปแบบโคมไฟสวยๆ ที่ถูกใจและเหมาะกับสไตล์การแต่งห้องมาใช้งาน โดยคุณจะต้องคำนึงถึงการตกแต่งโดยรวม หรือ Theme ของบ้านเราเสียก่อนว่า ในตอนนี้ตกแต่งด้วยสไตล์ไหนอยู่ หรือต้องการตกแต่งบ้านให้เป็นสไตล์ไหน เมื่อกำหนด Theme ของบ้านได้แล้ว จึงค่อยไปเลือกซื้อโคมไฟที่เข้ากับสไตล์การแต่งบ้านที่เราต้องการ

4. แสงสว่างต้องเหมาะสมกับการใช้งาน
การเลือกแสงของหลอดไฟ LED ที่เหมาะกับพื้นที่ที่ทำการติดตั้งโคมไฟตั้งพื้นจะช่วยเพิ่มบรรยากาศ และให้แสงที่เหมาะสมกับการใช้งานพื้นที่นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นก่อนทำการเลือกซื้อหลอดไฟสำหรับโคมไฟตั้งพื้น จึงควรทำความรู้จักกับแสงไฟประเภทต่างๆ ให้ดีเสียก่อน เพื่อเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน
5. เลือกขนาดของหลอดไฟให้เหมาะสม
นอกจากห้องแต่ละห้องจะมีดีไซน์ที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีความสว่างที่ต้องการแตกต่างกันไปด้วย หากสไตล์ห้องที่ต้องการติดตั้งโคมไฟแขวนนั้นเน้นไปทางโทนมืด ก็ควรเลือกหลอดไฟดาวน์ไลท์ MR16 และเลือกกำลังไฟประมาณ 5w-7w แต่หากเป็นห้องที่ต้องการแสงสว่างอย่างทั่วถึง ก็อาจจะเลือกหลอดไฟดาวไลท์ E27 และเลือกกำลังไฟประมาณ 8w-15w ตามความต้องการ

แสงของหลอดไฟ เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างบรรยากาศ และให้แสงที่เหมาะสมกับการใช้งานห้องนั้นๆ ได้ โดยแสงของหลอดไฟที่นิยมใช้งานกันทั่วไปจะมีทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้
หลอดไฟวอร์มไวท์ (Warm White)
เป็นโทนแสงไฟแบบอบอุ่น โรแมนติก โดยหลอดไฟแบบนี้จะมีสีโทนทองส้มและเป็นแสงนวลๆ ที่ให้ความรู้สึกสบายตาและผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการติดตั้งในห้องนอน ห้องนั่งเล่น ภายในสวนหลังบ้าน และสถานที่พักผ่อนต่างๆ
หลอดไฟเดย์ไลท์ (Day Light)
มีแสงขาวโทนฟ้า ค่อนข้างสว่างทำให้สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจน และให้สีสันที่ไม่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง เหมาะสำหรับการติดตั้งในห้องแต่งหน้า มุมอ่านหนังสือ ห้องเรียน ออฟฟิศ สำนักงาน และบริเวณที่ต้องการแสงสว่างสูง
หลอดไฟคูลไวท์ (Cool White)
เป็นหลอดไฟที่มีการผสมผสานคุณสมบัติของหลอดไฟแบบ Warm White และ Day Light ทำให้ได้แสงสีขาวอมฟ้าหรืออมส้มที่ดูเย็นสบายตา แต่สีของวัตถุอาจผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง สามารถใช้งานได้ทุกพื้นที่
FACEBOOK:https://www.facebook.com/ch.asset.builtin
TIKTOK:https://www.tiktok.com/@chassetbuilt_in
LINE:https://page.line.me/aqq3354x?openQrModal=true
INSTAGRAM:https://www.instagram.com/ch.asset/?igsh=MXVlMzhzcDRmbzhjbA%3D%3D
TEL:06-4106-2938
TEL:086-414-8846




