ก่อนจะเลือกใช้แสงให้เหมาะกับแต่ละห้องเราควรทำความเข้าใจฟังก์ชันและลักษณะการใช้งานของแต่ละห้อง เพื่อที่จะได้เลือกใช้แสงไฟให้เหมาะสมกับผู้อยู่อาศัยจริง ซึ่งอาจจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบ้าน เช่น บางบ้านชอบไฟหลืบให้บรรยากาศ หรือมีไฟบริเวณสว่างแล้ว อาจไม่ต้องการไฟเฉพาะจุดเพิ่มเติม
การจัดแสงที่เราจะมาแนะนำเป็นค่ามาตรฐานที่ควรมีสำหรับฟังก์ชันการใช้งานนั้นๆ เพื่อให้เหมาะสมและเป็นมิตรกับสุขภาพสายตา สามารถเพิ่มลดได้ตามการใช้งานจริงของแต่ละคนได้นะคะ
1 ห้องนั่งเล่น
ห้องนั่งเล่น หรือห้องรับแขก เป็นห้องที่ใช้สำหรับการพักผ่อน ผ่อนคลาย ทำกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว และสามารถรองรับแขก เวลามีใครแวะเวียนมาหาก็จะใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนต้อนรับ สำหรับบ้านที่มีห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นแยกส่วนกัน สามารถจัดแสงให้เหมาะสมได้ ดังนี้
ห้องนั่งเล่น : เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ อาจใช้นั่งอ่านหนังสือ เล่นเกมส์ ดู TV ซึ่งควรมีความสว่างมากกว่าห้องรับแขก เหมาะกับไฟบริเวณ (Ambient Light) โทนสีสว่าง (Daylight) และมีช่องแสงธรรมชาติเข้ามาร่วมด้วยค่ะ
ห้องรับแขก : เป็นพื้นที่พักผ่อน ให้บรรยากาศสบายๆ ไม่ได้ใช้สายตามากนักสามารถเลือกใช้โคมไฟเฉพาะจุด ( Task Light) หรือไฟหลืบ ( Concealed Light) โทนสีอุ่น (Warm White) ตกแต่งเพิ่มบรรยากาศผ่อนคลายได้
แต่ถ้าบ้านไหนมีพื้นที่นั่งเล่นและรับแขกเป็นส่วนเดียวกันแนะนำให้เลือกใช้ไฟตามฟังก์ชันการใช้งานที่บ่อยที่สุดและเลือกใช้แสง ดังนี้ค่ะ
- ความเข้มแสงที่เหมาะสม
ความสว่าง 150 – 300 Lx หรือ หลอดไฟที่มีปริมาณแสงประมาณ 400 – 500 lm
- โทนสี
สามารถเลือกใช้ได้ทุกโทนสี ไม่ว่าจะเป็น Daylight, Cool white หรือ Warm white
- รูปแบบของแสงไฟ
Ambient Light/General Light ไฟบริเวณ : ใช้เพื่อความสว่างทั่วทั้งห้องConcealed Light/ไฟหลืบ : สำหรับตกแต่งเพิ่มบรรยากาศTask Light/ไฟเฉพาะจุด : สำหรับการใช้งานเฉพาะเช่น โคมไฟอ่านหนังสือ เป็นต้นAccent Light/ไฟส่องเน้น : สำหรับบ้านที่ต้องการเน้นของตกแต่ง ภาพแขวน หรือของสะสมเพิ่มเติม

2 ห้องรับประทานอาหาร
ห้องรับประทานอาหารเป็นห้องที่แยกกับส่วนครัวแต่อยู่ใกล้เคียงกันสามารถจัดไฟภายในห้องให้แตกต่างจากห้องครัวได้ การเลือกใช้ไฟห้องรับประทานอาหารควรเลือกโทนสีของแสงไปทางเหลืองหน่อยๆเพื่อให้อาหารดูน่ากินมากยิ่งขึ้นค่ะ สามารถจัดแสงให้เหมาะสมได้ ดังนี้
- ความเข้มแสงที่เหมาะสม
ความสว่าง 150 – 300 Lx หรือ หลอดไฟที่มีปริมาณแสงประมาณ 400 – 500 lm
- โทนสี
สามารถเลือกใช้ได้ทุกโทนสี ไม่ว่าจะเป็น Daylight, Cool white หรือ Warm white แต่ถ้าอยากให้อาหารดูน่ากินมากยิ่งขึ้น ควรเลือกใช้ไฟโทนเหลืองอมส้ม (Cool white หรือ Warm white) ค่ะ
- รูปแบบของแสงไฟ
Ambient Light/General Light ไฟบริเวณ : ใช้เพื่อความสว่างทั่วทั้งห้องTask Light/ไฟเฉพาะจุด : สำหรับการตกแต่งเพิ่มบรรยากาศ เป็นต้น

3 ห้องครัว
ห้องครัวเป็นพื้นที่ประกอบอาหาร เคยไหมคะเวลาไปปิ้งย่างตอนกลางคืนแล้วมองเห็นสีไม่ชัดเจนไม่รู้ว่าอาหารสุกหรือยัง ห้องครัวจึงควรเลือกใช้ไฟที่ให้แสงสว่างเพียงพอเพื่อให้สามารถมองเห็นสีของอาหารได้ชัดเจน เน้นไฟบริเวณ (Ambient Light) โทนสีสว่าง (Daylight) ค่ะ
- ความเข้มแสงที่เหมาะสม
ความสว่าง 300 – 500 Lx หรือ หลอดไฟที่มีปริมาณแสงประมาณ 500 – 1,000 lm
- โทนสี
ห้องครัวควรเลือกใช้ไฟโทนสีสว่าง (Daylight) ช่วยให้มองเห็นได้ดี ถ้าอยากได้บรรยากาศอบอุ่นขึ้นมาหน่อยสามารถเลือกใช้ไฟขาวอมเหลือง (Cool white) ได้
- รูปแบบของแสงไฟ
Ambient Light/General Light ไฟบริเวณ : ใช้เพื่อความสว่างทั่วทั้งห้องTask Light/ไฟเฉพาะจุด : สำหรับการใช้งานเฉพาะเช่น ไฟเหนือเตา ไฟบริเวณเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร เป็นต้น
4 ห้องทำงาน
ห้องทำงาน สำหรับคนที่ทำงานที่บ้านห้องทำงานคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่เราใช้เวลาอยู่กับมันมากที่สุด และยังเป็นห้องที่เราต้องใช้สายตามากๆ ดังนั้นจึงควรจัดแสงไฟของห้องทำงานให้เหมาะสม จะเป็นส่วนช่วยสำคัญในการดูแลรักษาสายตาของเราเลยค่ะ ห้องทำงานสามารถจัดแสงให้เหมาะสมได้ ดังนี้
- ความเข้มแสงที่เหมาะสม
ความสว่าง 300 – 500 Lx หรือ หลอดไฟที่มีปริมาณแสงประมาณ 500 – 1,000 lm
- โทนสี
ห้องทำงานควรเลือกใช้ไฟโทนสีสว่าง (Daylight) เหมือนกับแสงธรรมชาติ ช่วยให้รู้สึกสดใส สายตามองเห็นได้ดี สบายตา สีไม่ผิดเพี้ยน
- รูปแบบของแสงไฟ
Ambient Light/General Light ไฟบริเวณ : ใช้เพื่อความสว่างทั่วทั้งห้องTask Light/ไฟเฉพาะจุด : สำหรับเพิ่มความสว่างในการใช้งานอ่านหนังสือ หรือไฟสำหรับทำงานคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

5 ห้องนอน
ห้องนอนเป็นพื้นที่พักผ่อน สำหรับคนที่ใช้ห้องนอนไว้พักผ่อนอย่างเดียวที่ไม่จำเป็นต้องใช้แสงมากนัก แต่ถ้าใครที่ใช้ห้องนอนเป็นพื้นที่ทำงานด้วย อาจจะต้องมีการแบ่งโซนเพื่อจัดแสงให้เหมาะสม ไม่เช่นกันอาจจะมีปัญหา ไม่ไฟสว่างเกินไปจนทำให้ก่อนนอนไม่ง่วง ปิดไฟแล้วนอนหลับยาก หรือแสงน้อยเกินไปจนไม่สามารถทำงานได้ เป็นต้น สำหรับคนที่ใช้ห้องเพื่อการพักผ่อนอย่างเดียว สามารถจัดแสงให้เหมาะสมได้ ดังนี้
- ความเข้มแสงที่เหมาะสม
ความสว่าง 150 – 200 Lx หรือ หลอดไฟที่มีปริมาณแสงประมาณ 400 – 500 lm
- โทนสี
ห้องนอนควรเลือกใช้ไฟโทนสีอมเหลือง – ส้ม (Cool white หรือ Warm white) เพื่อความสบายตา เหมาะกับการพักผ่อน ทำให้สายตาผ่อนคลายไม่ตื่นตัวเมื่อเห็นแสงสว่างมากนัก
- รูปแบบของแสงไฟ
Ambient Light/General Light ไฟบริเวณ : ใช้เพื่อความสว่างทั่วทั้งห้อง สามารถปรับลดความสว่างได้Concealed Light/ไฟหลืบ : สำหรับตกแต่งเพิ่มบรรยากาศTask Light/ไฟเฉพาะจุด : สำหรับการใช้งานเฉพาะเช่น โคมไฟหัวเตียง เป็นต้น

6 ห้องน้ำ
ห้องน้ำเป็นห้องที่สามารถเล่นกับการตกแต่งจัดไฟได้หลากหลายตามการใช้งานเลยค่ะ ใครที่แต่งหน้าในห้องน้ำก็ควรเลือกไฟโทนสีสว่าง (Daylight)เป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าชอบการแช่น้ำพักผ่อน ชอบบรรยากาศผ่อนคลายก็แนะนำให้เลือกไฟโทนสีเหลือง-ส้ม (Warm White, Cool White) ได้ค่ะ
- ความเข้มแสงที่เหมาะสม
ความสว่าง 100 Lx หรือ หลอดไฟที่มีปริมาณแสงประมาณ 200 – 400 lm
- โทนสี
สามารถเลือกใช้ได้ทุกโทนสี ไม่ว่าจะเป็น Daylight, Cool white หรือ Warm white
- รูปแบบของแสงไฟ
Ambient Light/General Light ไฟบริเวณ : ใช้เพื่อความสว่างทั่วทั้งห้องConcealed Light/ไฟหลืบ : สำหรับตกแต่งเพิ่มบรรยากาศ แต่ไม่ควรมีโคมไฟหลายจุดเพราะห้องน้ำจะมีความชื้นและหยุดน้ำอยู่ตลอดเวลาอาจเกิดอันตรายจากไฟฟ้าได้ค่ะ

Facebook:https://www.facebook.com/ch.asset.builtin
TIKTOK:https://www.tiktok.com/@chassetbuilt_in
LINE:https://page.line.me/aqq3354x?openQrModal=true
INSTAGRAM:https://www.instagram.com/ch.asset/?igsh=MXVlMzhzcDRmbzhjbA%3D%3D
TEL:06-4106-2938
TEL:086-414-8846




